ม้าเฉียว

ม้าเฉียว ชื่อรอง เหมิงฉี เกิดในมณฑล ซานซี เป็นบุตรคนที่2 ของม้าเท้ง เจ้าเมืองเสเหลียง เชี่ยวชาญในการขี่ม้ามากเป็น 1ใน 5ทหารเสือของเล่าปี่ แห่งอาณาจักรจ๊กก๊ก  ม้าเฉียวมีความแค้นต่อโจโฉมากเนื่องจากม้าเท้งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่วมลงนามกำจัดโจโฉตามหนังสือเลือดของพระเจ้าเหี้ยนเต้ โจโฉจึงหลอกให้ม้าเท้งเข้ามาเมืองฮูโต๋แล้วจะจับฆ่า แต่ม้าเท้งซ้อนแผนไว้ ผลสุดท้ายแผนแตกจึงถูกโจโฉจับฆ่าตายทั้งตัวและน้องชายแต่ม้าต้ายผู้เป็นญาติผู้น้องของม้าเฉียวหนีมาได้จึงรีบไปบอกม้าเฉียว   ม้าเฉียวรู้ข่าวก็แค้นมากประกาศจะตามล้างโจโฉให้ได้

วีรกรรมของม้าเฉียว  เมื่อรู้ข่าวการตายของม้าเท้งผู้เป็นพ่อก็ได้รวบรวมทัพของตนผสมกับเผาเกี๋ยงและเผารอบข้างบุกตีโจโฉ ทำให้โจโฉต้องเตลิดหนีด้วยการตัดหนวดทิ้ง และถอดเสื้อคลุมทิ้ง แต่โจหองเข้ามาขวาง จึงหลบหนีไปได้หวุดหวิด โจโฉได้กล่าวว่า ม้าเฉียวเก่งกล้าไม่แพ้ลิโป้ในอดีต จากนั้นม้าเฉียวจึงไปร่วมกับหันซุยทำศึกกับโจโฉ แต่ด้วยอุบายของโจโฉ ที่รอให้น้ำแข็งที่เกาะกุมกำแพงเมืองหนาแน่น และทำให้ม้าเฉียวระแวงหันซุย จึงชนะในที่สุด ม้าเฉียวจึงต้องร่อนเร่พเนจรและได้เข้าร่วมกับเตียวล่อ ได้เข้ารบกับจ๊กก๊ก โดยประลองฝีมือกับเตียวหุย รบถึงกัน 100 เพลง ก็ไม่มีใครแพ้-ชนะ เนื่องจากฝีมือสูสีกันมาก ด้วยอุบายของขงเบ้ง ทำให้ได้ม้าเฉียวมาอยู่กับฝ่ายจ๊กก๊ก เมื่อครั้งที่เล่าปี่ยกทัพเข้าตีเซงโต๋ในเสฉวนของเล่าเจี้ยง ขงเบ้งได้ให้ม้าเฉียวเป็นทัพหน้า เพียงแค่ได้ยินชื่อของม้าเฉียว ทหารของเล่าเจี้ยงก็ยอมแพ้ไม่ต้องรบทันที เพราะนับถือม้าเฉียวมากดุจเทพเจ้าแห่งสงครามม้าเฉียวเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะตามขงเบ้งลงใต้ปราบเบ้งเฮ็กด้วยวัยเพียง 45 ปี

เตียวหุย

เตียวหุย ชื่อรอง เตียวเอ็กเต้ เป็นน้องร่วมสาบานของเล่าปี่และกวนอู โดยสาบานกันที่สวนดอกท้อหลังบ้านเตียวหุย และเตียวหุยเป็นคนออกทุนทรัพย์ในการรวบรวมผู้คนเป็นครั้งแรก นิสัยของเตียวหุยเป็นคนวู่วามอารมณ์ร้อนเป็นคนที่รักใคร รักจริงและจริงใจ พูดอะไรพูดตรงๆ ชอบคือชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ เป็นคนซื่อบริสุทธิ์ เตียวหุยเป็นพ่อค้าขายหมู ฐานะค่อนข้างดี ชอบดื่มสุราจนเมามายแล้วไปเฆี่ยนตีทหารบ่อยๆ ศีรษะโตเหมือนเสือ หน้าสีดำตาพองโต เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า  เป็นผู้มีพละกำลังมากและมีแรงมากที่สุดในสามพี่น้อง อาวุธประจำตัวคือทวนยาว 8 ศอก หนัก 80 ชั่งจีน เรียกว่าทวนอสรพิษ บางตำราเรียกว่า ทวนยาวอสรพิษ ตัวคมทวนขดไปมาเป็นคลื่นคล้ายงู ปลายคมเป็นรูปจันทร์เสี้ยว อาชีพเดิมของเตียวหุยคือคนขายหมูในเมืองตุ้นกวน ต่อมาได้ติดตามเล่าปี่เพื่อปราบกบฏโจรโพกผ้าเหลือง และเตียวหุยก็ได้ร่วบรบกับพระเจ้าเล่าปี่ มาตลอดทั้งชีวิต ทั้งสู้รบมาหลายศึกอย่างศึกเซ็กเพ็ก ศึกเขาเตงกุนสัน ร่วมรบกับทหารเสือหลายคน ภายหลังเตียวหุยเสียชีวิตขณะยกทัพไปหมายจะล้างแค้นให้กวนอู เพราะถูกลอบฆ่าตัดหัวโดยฮอมเกียงและเตียวตัดทหารฝ่ายตนเอง เตียวหุยอายุได้ 54 เนื่องจากนิสัยวู่วามของตนเองภายนอกเตียวหุยอาจดูเป็นคนหยาบช้า อารมณ์ร้อนไม่มีสติปัญญา แต่แท้ที่จริงแล้วเตียวหุยเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์มาก เป็นคนตรงไปตรงมา นับถือคุณธรรม กล้าหาญ และเป็นผู้ที่มีสติปัญญาในการวางอุบายรบด้วย ดั่งจะเห็นได้จากหลายตอน

ลิโป้

ลิโป้ เป็นคนมีลักษณะรูปร่างหน้าตาดีหล่อเหลา เป็นยอดนักรบที่ได้ชื่อว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดในยุคสามก๊กหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามก็ได้ จนมีสำนวนในสามก๊กที่ว่าไว้ว่า ยอดคนต้องลิโป้ ยอดม้าต้องเซ็กเธาว์ สำนวนดังกล่าวนี้คนที่อ่านสามก๊กต้องเคยอ่านเจอ ที่ลิโป้มีชื่อเสียงมากกว่าขุนศึกคนอื่นๆอาจเป็นเพราะว่าในประวัติศาสตร์สามก๊กลิโป้ยังไม่เคยแพ้ให้กับใครเลย แม้แต่ เล่าปี่,กวนอู,เตียวหุย สามพี่น้องที่ได้ร่วมมือกันสู้กับลิโป้ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ ภายหลังสามพี่น้อง เล่าปี่,กวนอู,เตียวหุย ได้สร้างชื่อเสียงมากเป็นตัวหลักในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊กทำให้ต่อมาต้องมีคนสงสัยแน่ว่า สามพี่น้อง แต่ละคนก็มีแต่คนเก่งๆ แล้วลิโป้จะเก่งขนาดไหน

จากประวัติศาสตร์ที่ว่า ลิโป้มีพ่อเลี้ยงถึงสามคนและสองคนแรกก็ตายเพราะฝีมือเขาเองทำให้นักแต่งวรรณกรรมเขียนบทตัวละครลิโป้ว่า แม้จะเป็นคนเก่ง แต่ก็เป็นคนหยาบช้า ขาดคุณธรรม และไร้สติปัญญา เป็นคนไม่ซื่อตรง เป็นคนที่เตียวหุย ด่าว่า ไอ้ลูกสามพ่อ จนกลายเป็นสำนวนติดตัวละครนี้

เนื่องจากแต่เดิมเต๊งหงวนรับลิโป้เป็นลูกบุญธรรมต่อมา ตั๋งโต๊ะต้องการตัวลิโป้จึงติดสินบนด้วยเกราะทองกับม้าเซ็กเธาว์  ลิโป้จึงสังหารเต๊งหงวนแล้วมาอยู่กับ ตั๋งโต๊ะ ครั้นเมื่ออ้องอุ้นใช้แผนสาวงามจนลิโป้กับตั๋งโต๊ะแตกแยกกันสุดท้ายลิโป้ก็เป็นคนสังหารตั๋งโต๊ะด้วยตัวเอง และมาอยู่กับอ้องอุ้น ต่อมา ลิฉุย,กุยกี ลูกน้องของตั๋งโต๊ะรู้ข่าวจึงมาแก้แค้นจำอ้องอุ้นสังหารลิโป้หนีไปได้ หลังจากนั้นกูถูกโจโฉจับตัวได้ เพราะทหารของลิโป้เองทรยศจับลิโป้มัดส่งตัวให้โจโฉ  และถูกโจโฉสั่งประหารการตายของลิโป๊โดยไม่มีอาวุธถูกทหารของตัวเองจับมัดและถูกประหารทำให้ต่อมามีคำกล่าวถึงตัวของลิโป้ว่าตราบใดที่มือของเขายังถือทวน และนั่งอยู่บนหลังม้าเซ็กเธาว์ ก็ไม่มีใครล้มเขาลงได้