เตียวเลี้ยว

เตียวเลี้ยว  ชื่อรอง อุ๋นเหวี่ยน เดิมแซ่เน้ย์ แต่เพื่อหลบหนีศัตรู จึงเปลี่ยนเป็นแซ่เตียว บ้านเกิดเป็นชาวตำบลหม่าอี้ เมืองเอี้ยนเหมิน มณฑลซานสี เป็นขุนศึกผู้มากด้วยฝีมือ แต่เดิมอาศัยอยู่กับลิโป้ เนื่องจากเป็นนักรบที่มีฝีมือยอดเยี่ยม ชำนาญพิชัยสงคราม ซื่อตรง ภายหลังลิโป้ทำสงครามแพ้โจโฉและถูกโจโฉสั่งประหารชีวิตแล้ว โจโฉก็เลยเกลี้ยกล่อมเตียวเลี้ยวไว้เป็นพวก เตียวเลี้ยวเองก็ตกลงรับคำชวน จึงได้รับยศทหารเป็นจงหลังเจี้ยงหรือนายทหารองครักษ์  ด้วยความสามรถในการรบทำให้เตียวเลี้ยวมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่ครั่นคร้านของขุนนางฝ่ายตรงข้ามมาก  โจโฉจึงให้ไปครองเมืองหับป๋าเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญที่ป้องกันการโจมตีจากกังตั๋งหรือง่อก๊ก

วีรกรรม เตียวเลี้ยวมีตำแหน่งเป้นหนึ่งในห้าทหารเสือของวุยก๊กเป็นขุนพลที่มีความชำนาญมากทั้งในด้านพิชัยสงคราม การรบบนหลังม้า  จึงมักได้รับหน้าที่สำคัญจากโจโฉเสมอ เช่นการรักษาเมืองหับป๋า ซึ่งเตียวเลี้ยวก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก และรบชนะกองทัพของซุนกวนตั้งหลายครั้ง จนเกือบจะจับเป็นซุนกวนได้ จึงเป็นที่ขยาดในฝีมือ ของฝ่ายง่อก๊กเป็นอย่างมาก ถึงกับมีคำที่ว่าเด็กๆง่อก๊กหากกำลังร้องไห้ แม้เพียงได้ยินชื่อเตียวเลี้ยวเป็นต้องหยุดร้อง  หลังโจโฉตายโจผีรับตำแหน่งแทนและได้ปลดพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกจากตำแหน่งแล้วตั้งตนเองขึ้นเป็นพระเจ้าโจผีแทนซุนกวนก็ได้ถือเป็นข้ออ้างในการบุกขึ้นเหนือด้วยกำลัง 1แสนคน แต่ถูกเตียวเลี้ยวตีแตกกลับไป ในปีเดียวกันนั้นเตียวเลี้ยวได้ทำสงครามกับทางง่อก๊กถึง 3ครั้ง แม้จะไม่ได้รบกับซุนกวนอีก แต่เตียวเลี้ยวก็สามารถนำทัพเอาชนะลิห้อมแห่งกังตั๋งได้ในปีเดียวกันนั้น ซึ่งถือเป็นชัยชนะเหนือง่อก๊กรอบที่สาม อาจกล่าวได้ว่านายพลเตียว “ทำแฮตทริก” ชนะง่อก๊กติกต่อกันได้ถึงสามครั้งในปีเดียว ซึ่งคงมีนายทหารน้อยคนในแผ่นดินที่จะทำได้เช่นนี้จากนั้นไม่นาน เตียวเลี้ยวก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลง เป็นการ “ป่วยตาย” ไม่ได้โดนเกาทัณฑ์ยิงในการรบเหมือนที่วรรณกรรมหลอกว้านจงเล่าไว้