สามก๊ก ในรูปแบบสื่อบันเทิง

เรื่องราวของสามก๊กนั้นเป็นวรรณกรรมที่มีคนสนใจมากที่สุด เช่นเดียวกับวรรณกรรมเรื่องอื่นๆของจีน เช่น มังกรหยก, ไซอิ๋ว ซึ่งความนิยมชมชอบของผู้อ่านนั้นทำให้มีการนำเรื่องราวของสามก๊กมาสร้างในรูปแบบของสื่อบันเทิงโทรทัศน์ สามก๊ก ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งทางสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนได้ซื้อลิขสิทธิ์สามก๊กมาสร้าง ซึ่งเริ่มถ่ายทำขึ้นในปี พ.ศ. 2534 และถ่ายทำเสร็จปี พ.ศ. 2537 ออกอากาศในปี พ.ศ. 2538 โดยการถ่ายทำนั้นใช้เทคโนโลยีกล้องคุณภาพสูงในตอนนั้นซึ่งได้รับความสนับสนุนจากทางประเทศญี่ปุ่นใช้ในการถ่ายทำ รวมไปถึงได้ผู้กำกับระดับฝีมือ รวมถึงการได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งละครโทรทัศน์ชุด สามก๊ก เวอร์ชั่นนี้ มีจำนวนทั้งหมด 84 ตอน ซึ่งเมื่อออกอากาศได้รับคำชื่นชมและความนิยมมาก รวมถึงยังได้รับรางวัลสาขาต่างๆมากมาย

สามก๊ก ในปี พ.ศ. 2538 ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ทางประเทศไทยเข้ามาออกอากาศ โดยนำมาออกอากาศทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ออกอากาศเวลา 22.00 น. และได้รับความนิยมจากผู้ชมชาวไทยเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปออกอากาศในประเทศอื่นๆอีก และได้รับความนิยมเช่นกัน จึงทำให้สามก๊กฉบับปี พ.ศ. 2538 เป็นฉบับที่สมบูรณ์แบบที่สุด ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 สามก๊กถูกนำมาสร้างเป็นซีรี่ย์อีกครั้ง โดยเริ่มถ่ายทำปี พ.ศ. 2551 ซึ่งมีการใช้ทุนสร้างมากถึง 900 ล้านบาท มีทั้งหมด 95 ตอน แต่เวอร์ชั่นนี้กลับไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าใดนัก เนื่องจากมีการตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออกไป  จึงทำให้เวอร์ชั่นนี้ไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับเวอร์ชั่น 2538

เรื่องย่อ สามก๊ก

สามก๊ก เป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ เล่าถึงเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสมัยราชวงศ์ ซึ่งคาดว่าผู้ประพันธ์เขียนขึ้นจากประวัติศาสตร์จริงนั้นสมัยนั้น โดยมีการแต่งเติมเนื้อเรื่องบางส่วนให้น่าสนใจขึ้น คาดว่าเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์ของจีน ในช่วงปี พ.ศ. 763 – พ.ศ. 823 โดยผู้เขียนได้บอกเล่าถึงเรื่องราวเริ่มต้นจากยุคโจรโพกผ้าเหลือง จนถึงช่วงยุคสถาปนาราชวงศ์จิ้น รวมแล้วเนื้อเรื่องของสามก๊ก มีระยะเวลาประมาณ 60 ปี ซึ่งเรื่องเล่าในแต่ละยุคนั้นบอกเล่าถึง ประวัติศาสตร์ การแย่งชิงอำนาจของเล่าขุนนางและราชวงศ์ชั้นสูง การเมืองและการแก้แค้นต่างๆ ซึ่งในเรื่องสามก๊กนั้น ก็ยังคงบอกเล่าผ่านตัวละครหลัก 3 ตัวละคร คือ เล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย

เรื่องราวของสามก๊กนั้นบอกเล่าผ่านช่วง ราชวงศ์อั๋น ซึ่งในขณะนั้นบ้านเมืองเกิคความระส่ำระส่าย การแตกแยกของคนในแผ่นดิน รวมถึงการฆ่าฟันและถูกปล้นจากโจรโพกผ้าเหลืองซึ่งระบาดอย่างหนัก ซึ่งความแตกแยกนั้นทำให้มีการแบ่งแยกดินแดนแผ่นดินออกเป็น 3 ซึ่งเป็นก๊กต่างๆ จึงเป็นที่มาของคำว่า สามก๊ก ซึ่งทั้งสามก๊กต่างก็ทำสงครามแย่งชิงความเป็นหนึ่งตลอดเรื่อยๆมา จนกระทั่งการแย่งชิงต่างๆจบลง แผ่นดินจีนกลับมารวมเป็นแผ่นเดียวกันอีกครั้ง

มีการสืบค้นข้อมูลเรื่องราวของบันทึกประวัติศาสตร์สามก๊กเป็นลายลักษณ์อักษร คือ จดหมายเหตุสามก๊ก ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดย ซันกั๋วจือ มีลักษณะเป็นพงศาวดารซึ่งมีการบันทึกไว้ในช่วงราชวงศ์จิ้น ต่อมาเรื่องราวบันทึกของเขานั้นถูกนำมาเรียบเรียงและเขียนได้ใหม่โดยมีการอิงเรื่องราวตามบันทึกนั้นในรูปแบบนิยาย โดยมีการเติมเรื่องราวบางส่วนลงไป ซึ่งคาดว่าเรื่องราวจากซันกั๋วจือนั้นประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ และแต่งเติมขึ้นอีก 30 เปอร์เซ็นต์

 

สุดยอดวรรณกรรม สามก๊ก

สามก๊ก เป็นวรรณกรรมเก่าแก่ที่เขียนขึ้นเพื่อบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ การเมือง ของราชวงศ์จีนในสมัยนั้น ถูกประพันธ์โดย หลัว กวั้นจง ซึ่งวรรณกรรมสามก๊กนั้นถือว่าเป็นวรรณกรรมที่สมบูรณ์เป็นที่สุดของจีน และเป็นเพชรน้ำเอกที่ต้องรักษาไว้อย่างดี สามก๊ก เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ทั้งเรื่องราวในราชวงศ์ เนื้อหาพระราชวังต่างๆที่ถูกเล่าผ่านตัวหนังสือได้อย่างดีเยี่ยม นั้นทำให้สามก๊กเป็นวรรณกรรมจีนที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก

คาดว่าวรรณกรรมชุดสามก๊กนั้นถูกเขียนขึ้นประมาณ คริสต์ศตวรรษที่ 14 หรือใน ยุคสมัยราชวงศ์หยวน ซึ่งคาดว่าผู้ประพันธ์นั้นอาจจะเคยอาศัยอยู่ในวังในตอนนั้น เพราะภาษาและการเล่าเรื่องนั้นมีความละเอียดอย่างมากเปรียบเหมือนว่าผู้อ่านกำลังอยู่ร่วมในเหตุการณ์ตามหน้าหนังสือ สามก๊ก ถูกนำมาแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 10 ภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทย เข้ามาครั้งแรกในช่วงประมาณ ปี พ.ศ. 2345 หรือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งใช้ชื่อว่า สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ซึ่งเป็นผู้นำวรรณกรรมดังกล่าวเข้ามา ต่อมาได้มีการนำมาตีพิมพ์อีกครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2408 ใช้ชื่อว่า “หนังสือสามก๊ก ฉบับราชบัณฑิตยสภา”

ปัจจุบัน สามก๊ก ถือว่าเป็นวรรณกรรมเก่าแก่ที่สุดของจีน และถูกจัดให้เป็นหนังสือวรรณกรรมที่ควรค่าให้แก่การอ่านอย่างมาก ซึ่งสามก๊กนั้นเป็นเนื้อเรื่องที่มีหลากหลายรสชาติ เป็นทั้งประวัติศาสตร์ บอกเล่าความเป็นอยู่ของชาววังและขุนนางในยุคนั้น, การเมือง, การแย่งชิง, เล่ห์อุบายต่างๆ ซึ่งเรื่องราวนั้นถูกเล่าทั้งดีและร้ายปนๆกันไป