ซิหลง

ซิหลง เป็นชาวเมืองตำบลหยังจวิ้น เมืองเหอตง มณฑลซานสี มีฉายาว่า กงหมิง เป็นนักรบที่เข้มแข็งกล้าหาญ ซื่อตรง ชำนาญในการใช้ขวานใหญ่เป็นอาวุธ เดิมเป็นทหารอยู่ในบังคับบัญชาของเอียวฮอง ซึ่งตีจากลิฉูย กุยกีมาช่วยพระเจ้าเหี้ยนเต้คืนกลับพระนครลกเอี๋ยง  โจโฉเห็นเป็นคนเก่ง ก็ให้หมันทองไปเกลี้ยกล่อมเอาตัวมาเป็นพวก และของให้ตัดศรีษะเอียวฮองมากำนัลด้วย ซิหลงยอมเข้าด้วยกับโจโฉ แต่ไม่ยอมทำร้ายเอียวฮองผู้เป็นนายเก่า โจโฉตั้งให้ซิหลงเป็นเจี้ยวอุ้ย นายพัน ก่อน ซิหลงก็ได้ออกศึกในบังคัญบัญชาของโจโฉหลายครั้ง ครั้งสำคัญที่สุด คือ การรบกับกวนอูที่เมืองอ้วนเซียหวั่นเฉิง ความในสามก๊กว่า กวนอูขี่ม้า ถือง้าวเข้ารบกับซิหลงได้ประมาณแปดสิบเพลง กวนอูชำนาญในขบวนรบหามีผู้ใดเปรียบมิได้ แต่ทว่าปวดไหล่ทั้งกำลังน้อย ซิหลงจึงต้านทานได้ ฝ่ายกวนเป๋งเห็นว่าบิดาป่วยอยู่ เกลือกจะสู้ซิหลงมิได้ จึงตีม้าล่อสำคัญให้ถอย ชัยชนะครั้งนั้น ทำให้ซิหลงได้เลือนยศขึ้นเป็น อิ้วเจียงจวิน  นายพลฝ่ายขวา และหลังจากรบกันเสร็จกวนอูก็ต้องถอยทัพกลับและถูกลิบองล้อมจับประหาร

เมื่อสุมาอี้ยกทัพไปปราบเบ้งตัดที่เมืองซงหยง ซิหลงเป็นกองทัพหน้าควบม้าพาทหารเข้าไปถึงคูเมือง ถูกทหารของเบ้งตัดระดมยิงด้วยเกาทัณฑ์ ถูกหน้าผากซิหลง พอกลับมาถึงค่ายก็สิ้นใจ ซิหลงตายเมื่ออายุ 59 ปี ศพฝังไว้ที่เมืองลกเอี๋ยง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น จ้วงโหว

เตียวเลี้ยว

เตียวเลี้ยว  ชื่อรอง อุ๋นเหวี่ยน เดิมแซ่เน้ย์ แต่เพื่อหลบหนีศัตรู จึงเปลี่ยนเป็นแซ่เตียว บ้านเกิดเป็นชาวตำบลหม่าอี้ เมืองเอี้ยนเหมิน มณฑลซานสี เป็นขุนศึกผู้มากด้วยฝีมือ แต่เดิมอาศัยอยู่กับลิโป้ เนื่องจากเป็นนักรบที่มีฝีมือยอดเยี่ยม ชำนาญพิชัยสงคราม ซื่อตรง ภายหลังลิโป้ทำสงครามแพ้โจโฉและถูกโจโฉสั่งประหารชีวิตแล้ว โจโฉก็เลยเกลี้ยกล่อมเตียวเลี้ยวไว้เป็นพวก เตียวเลี้ยวเองก็ตกลงรับคำชวน จึงได้รับยศทหารเป็นจงหลังเจี้ยงหรือนายทหารองครักษ์  ด้วยความสามรถในการรบทำให้เตียวเลี้ยวมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่ครั่นคร้านของขุนนางฝ่ายตรงข้ามมาก  โจโฉจึงให้ไปครองเมืองหับป๋าเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญที่ป้องกันการโจมตีจากกังตั๋งหรือง่อก๊ก

วีรกรรม เตียวเลี้ยวมีตำแหน่งเป้นหนึ่งในห้าทหารเสือของวุยก๊กเป็นขุนพลที่มีความชำนาญมากทั้งในด้านพิชัยสงคราม การรบบนหลังม้า  จึงมักได้รับหน้าที่สำคัญจากโจโฉเสมอ เช่นการรักษาเมืองหับป๋า ซึ่งเตียวเลี้ยวก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก และรบชนะกองทัพของซุนกวนตั้งหลายครั้ง จนเกือบจะจับเป็นซุนกวนได้ จึงเป็นที่ขยาดในฝีมือ ของฝ่ายง่อก๊กเป็นอย่างมาก ถึงกับมีคำที่ว่าเด็กๆง่อก๊กหากกำลังร้องไห้ แม้เพียงได้ยินชื่อเตียวเลี้ยวเป็นต้องหยุดร้อง  หลังโจโฉตายโจผีรับตำแหน่งแทนและได้ปลดพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกจากตำแหน่งแล้วตั้งตนเองขึ้นเป็นพระเจ้าโจผีแทนซุนกวนก็ได้ถือเป็นข้ออ้างในการบุกขึ้นเหนือด้วยกำลัง 1แสนคน แต่ถูกเตียวเลี้ยวตีแตกกลับไป ในปีเดียวกันนั้นเตียวเลี้ยวได้ทำสงครามกับทางง่อก๊กถึง 3ครั้ง แม้จะไม่ได้รบกับซุนกวนอีก แต่เตียวเลี้ยวก็สามารถนำทัพเอาชนะลิห้อมแห่งกังตั๋งได้ในปีเดียวกันนั้น ซึ่งถือเป็นชัยชนะเหนือง่อก๊กรอบที่สาม อาจกล่าวได้ว่านายพลเตียว “ทำแฮตทริก” ชนะง่อก๊กติกต่อกันได้ถึงสามครั้งในปีเดียว ซึ่งคงมีนายทหารน้อยคนในแผ่นดินที่จะทำได้เช่นนี้จากนั้นไม่นาน เตียวเลี้ยวก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลง เป็นการ “ป่วยตาย” ไม่ได้โดนเกาทัณฑ์ยิงในการรบเหมือนที่วรรณกรรมหลอกว้านจงเล่าไว้

ม้าเฉียว

ม้าเฉียว ชื่อรอง เหมิงฉี เกิดในมณฑล ซานซี เป็นบุตรคนที่2 ของม้าเท้ง เจ้าเมืองเสเหลียง เชี่ยวชาญในการขี่ม้ามากเป็น 1ใน 5ทหารเสือของเล่าปี่ แห่งอาณาจักรจ๊กก๊ก  ม้าเฉียวมีความแค้นต่อโจโฉมากเนื่องจากม้าเท้งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่วมลงนามกำจัดโจโฉตามหนังสือเลือดของพระเจ้าเหี้ยนเต้ โจโฉจึงหลอกให้ม้าเท้งเข้ามาเมืองฮูโต๋แล้วจะจับฆ่า แต่ม้าเท้งซ้อนแผนไว้ ผลสุดท้ายแผนแตกจึงถูกโจโฉจับฆ่าตายทั้งตัวและน้องชายแต่ม้าต้ายผู้เป็นญาติผู้น้องของม้าเฉียวหนีมาได้จึงรีบไปบอกม้าเฉียว   ม้าเฉียวรู้ข่าวก็แค้นมากประกาศจะตามล้างโจโฉให้ได้

วีรกรรมของม้าเฉียว  เมื่อรู้ข่าวการตายของม้าเท้งผู้เป็นพ่อก็ได้รวบรวมทัพของตนผสมกับเผาเกี๋ยงและเผารอบข้างบุกตีโจโฉ ทำให้โจโฉต้องเตลิดหนีด้วยการตัดหนวดทิ้ง และถอดเสื้อคลุมทิ้ง แต่โจหองเข้ามาขวาง จึงหลบหนีไปได้หวุดหวิด โจโฉได้กล่าวว่า ม้าเฉียวเก่งกล้าไม่แพ้ลิโป้ในอดีต จากนั้นม้าเฉียวจึงไปร่วมกับหันซุยทำศึกกับโจโฉ แต่ด้วยอุบายของโจโฉ ที่รอให้น้ำแข็งที่เกาะกุมกำแพงเมืองหนาแน่น และทำให้ม้าเฉียวระแวงหันซุย จึงชนะในที่สุด ม้าเฉียวจึงต้องร่อนเร่พเนจรและได้เข้าร่วมกับเตียวล่อ ได้เข้ารบกับจ๊กก๊ก โดยประลองฝีมือกับเตียวหุย รบถึงกัน 100 เพลง ก็ไม่มีใครแพ้-ชนะ เนื่องจากฝีมือสูสีกันมาก ด้วยอุบายของขงเบ้ง ทำให้ได้ม้าเฉียวมาอยู่กับฝ่ายจ๊กก๊ก เมื่อครั้งที่เล่าปี่ยกทัพเข้าตีเซงโต๋ในเสฉวนของเล่าเจี้ยง ขงเบ้งได้ให้ม้าเฉียวเป็นทัพหน้า เพียงแค่ได้ยินชื่อของม้าเฉียว ทหารของเล่าเจี้ยงก็ยอมแพ้ไม่ต้องรบทันที เพราะนับถือม้าเฉียวมากดุจเทพเจ้าแห่งสงครามม้าเฉียวเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะตามขงเบ้งลงใต้ปราบเบ้งเฮ็กด้วยวัยเพียง 45 ปี

เตียวหุย

เตียวหุย ชื่อรอง เตียวเอ็กเต้ เป็นน้องร่วมสาบานของเล่าปี่และกวนอู โดยสาบานกันที่สวนดอกท้อหลังบ้านเตียวหุย และเตียวหุยเป็นคนออกทุนทรัพย์ในการรวบรวมผู้คนเป็นครั้งแรก นิสัยของเตียวหุยเป็นคนวู่วามอารมณ์ร้อนเป็นคนที่รักใคร รักจริงและจริงใจ พูดอะไรพูดตรงๆ ชอบคือชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ เป็นคนซื่อบริสุทธิ์ เตียวหุยเป็นพ่อค้าขายหมู ฐานะค่อนข้างดี ชอบดื่มสุราจนเมามายแล้วไปเฆี่ยนตีทหารบ่อยๆ ศีรษะโตเหมือนเสือ หน้าสีดำตาพองโต เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า  เป็นผู้มีพละกำลังมากและมีแรงมากที่สุดในสามพี่น้อง อาวุธประจำตัวคือทวนยาว 8 ศอก หนัก 80 ชั่งจีน เรียกว่าทวนอสรพิษ บางตำราเรียกว่า ทวนยาวอสรพิษ ตัวคมทวนขดไปมาเป็นคลื่นคล้ายงู ปลายคมเป็นรูปจันทร์เสี้ยว อาชีพเดิมของเตียวหุยคือคนขายหมูในเมืองตุ้นกวน ต่อมาได้ติดตามเล่าปี่เพื่อปราบกบฏโจรโพกผ้าเหลือง และเตียวหุยก็ได้ร่วบรบกับพระเจ้าเล่าปี่ มาตลอดทั้งชีวิต ทั้งสู้รบมาหลายศึกอย่างศึกเซ็กเพ็ก ศึกเขาเตงกุนสัน ร่วมรบกับทหารเสือหลายคน ภายหลังเตียวหุยเสียชีวิตขณะยกทัพไปหมายจะล้างแค้นให้กวนอู เพราะถูกลอบฆ่าตัดหัวโดยฮอมเกียงและเตียวตัดทหารฝ่ายตนเอง เตียวหุยอายุได้ 54 เนื่องจากนิสัยวู่วามของตนเองภายนอกเตียวหุยอาจดูเป็นคนหยาบช้า อารมณ์ร้อนไม่มีสติปัญญา แต่แท้ที่จริงแล้วเตียวหุยเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์มาก เป็นคนตรงไปตรงมา นับถือคุณธรรม กล้าหาญ และเป็นผู้ที่มีสติปัญญาในการวางอุบายรบด้วย ดั่งจะเห็นได้จากหลายตอน

กวนอู

กวนอู ชื่อเดิม เผิงเสียน ชื่อรอง โซ่วฉางหรือหยุนฉาง  เป็นคนอำเภอฮอตั๋งไกเหลียง ดินแดนฮอตั๋ง มีรูปร่างสูงใหญ่ สง่างามน่าเกรงขามต่อผู้ที่พบเห็น อยู่ในครอบครัวตระกูลนักปราชญ์ มีความเชียวชาญด้านพิชัยสงคราม ได้พลั้งมือฆ่าปลัดอำเภอและน้าตัวเองตายจนต้องหลบหนีการจับกุมและได้พบกับเล่าปี่และเตียวหุย ทั้งสามต่างถูกชตากันจึงร่วมสาบานตนเป็นพี่น้องกันในสวนท้อ ต่อมาก็ได้ช่วยเล่าปี่สร้างอาณาจักรจ๊กก๊ก จนได้กลายเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่ครองเมืองเกงจิ๋ว

วีรกรรมของกวนอู  จะเป็นการสร้างชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อยๆ เริ่มจากการร่วมปราบปรามโจรโพกผผ้าเหลืองร่วมกับทหารหลวงของพระเจ้าเลนเต้ สังหารฮัวหยงแม่ทัพของตั๋งโต๊ะโดยที่เจ้าเมืองทั้งหลายกำลังถกเถียงแตกความสามัคคีกันกวนอูเลยอาสาโดยที่มีคนสนใจเพราะเห็นเป็นทหารไร้ชื่อมีเพียงโจโฉที่นำสุรามาให้แต่กวนอูบอกว่าขอทำภาระกิจเสร็จก่อนโจโฉจึงวางสุราไว้หลังกวนอูกลับมาทั้งที่สุรายังอุ่นอยู่ทำให้โจโฉเกิดความประทับใจในตัวกวนอู และยังสังหารงันเหลียงและบุนทิวทหารเอกของอ้วนเสี้ยวเพื่อตอบแทนบุณคุณโจโฉทีให้กวนอูอาศัยอยู่ด้วยชั่วคราวตอนพลัดหลงกับ เตียวหุย,เล่าปี่ บุกเดี่ยวพันลี้หนีจากโจโฉเพื่อกลับมาหาเล่าปี่เหตุการณ์นี้กวนอูได้ฆ่าทหารตามด่านของโจโฉไปหลายคนทั้งที่โจโฉพยายามเพื่อมัดใจกวนอูแต่ก็ไม่สำเร็จ  และในคราวศึกเซ็กเพ็กโจโฉแตกทัพหนีไปตามเส้นทางฮัวหยง กวนอูได้รับมอบหมายจากขงเบ้งให้นำกำลังทหารมาดักรอจับกุม โจโฉว่ากล่าวตักเตือนให้กวนอูระลึกถึงบุญคุณครั้งก่อนจนกวนอูใจอ่อนยอมปล่อยโจโฉหลุดรอดไป และกลับมายอมรับโทษ

ภายหลังกวนอูถูกแผนกลยุทธ์ปิดฟ้าข้ามทะเลของลกซุนและลิบองจนเสียเมืองเกงจิ๋ว กวนอูคับแค้นใจที่พลาดท่าเสียทีลกซุนและลิบองจึงนำทัพไปตีเกงจิ๋วเพื่อแย่งชิงคืน แต่ถูกจูเหียนและพัวเจี้ยงจับได้พร้อมกวนเป๋งที่เขาเจาสันและถูกประหาร

จูล่ง

จูล่ง ชื่อจริงเตียวหยุน บ้านเกิดอยู่ที่อำเภอเจินติ้ง เมืองเสียงสาน  เป็นแม่ทัพคนสำคัญของเล่าปีและเป็น 1 ใน 5 ทหารเสือของอาณาจักรจ๊กก๊กแต่เดิมจูล่งเป็นทหารของกองซุนจ้านเจ้าเมืองปักเป๋ง โดยขณะนั้นกองซุนจ้านได้ทำศึกอยู่กับอ้วนเสี้ยว และพลาดท่าเสียทีจูล่งเลยเข้าไปช่วยชีวิตกองซุนจ้านแล้วสู้กับบุนทิวถึง60เพลง จนบุนทิวเสียทีหนีไป ต่อมาจูล่งได้มีโอกาสร่วมงานกับเล่าปี่ทั้งสองต่างเลื่อมใสซึ่งกันและกันเมื่อกองซุนจ้าวแพ้อ้วนเสี้ยวแล้วฆ่าตัวตาย จูล่งจึงพเนจรจนมาถึงเขาโงจิวสัน  ซึ่งมีโจรป่าอยู่กลุ่มหนึ่งมีหุยง่วนเสียวเป็นหัวหน้า หุยง่วนเสียวเห็นจูล่งจึงคิดจะไปชิงม้าที่จูล่งขี่อยู่ จูล่งจึงฆ่าหุยง่วนเสียวและกลายเป็นหัวหน้าโจรป่าแทน ต่อมากวนอูให้จิวฉองมาตามหุยง่วนเสียวไปช่วยรบแต่เห็นจูล่งคุมโจรป่าจึงคิดว่าจูล่งเป็นศัตรูเลยเข้าไปต่อสู้ปรากฏว่า จิวฉองแพ้แล้วหนีกลับไปหากวนอูด้วยสภาพเลือดโทรมกาย กวนอูและเล่าปี่จึงต้องไปดูด้วยตัวเอง เมื่อเล่าปี่กับจูล่งเจอกันเลยจำกันได้นับแต่นั้นมาจูล่งก็กลายเป็นทหารของเล่าปี่จนสามารถสร้างอาณาจักรจ๊กขึ้นมาได้

วีรกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้จูล่งกลายเป็นตำนานครั้งสำคัญคือ การฝ่าทัพโจโฉไปช่วยอาเต๋า บุตรชายของเล่าปี่ที่เกิดจากนางกำฮูหยิน ที่พลัดหลงกันตอนอพยพลงใต้ โดยวีรกรรมครั้งนี้จูล่งบุกเข้าไปเพียงคนเดียว ท่ามกลางทหารและองครักษ์เป็นแสนๆของโจโฉที่ยกตามทัพเล่าปีลงไปทางใต้ และได้ฆ่าทหารเอกของโจโฉไปหลายคน วีรกรรมครั้งนี้ทำให้จูล่งเป้นขุนพลชั้นแนวหน้าและมีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน

ลิโป้

ลิโป้ เป็นคนมีลักษณะรูปร่างหน้าตาดีหล่อเหลา เป็นยอดนักรบที่ได้ชื่อว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดในยุคสามก๊กหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามก็ได้ จนมีสำนวนในสามก๊กที่ว่าไว้ว่า ยอดคนต้องลิโป้ ยอดม้าต้องเซ็กเธาว์ สำนวนดังกล่าวนี้คนที่อ่านสามก๊กต้องเคยอ่านเจอ ที่ลิโป้มีชื่อเสียงมากกว่าขุนศึกคนอื่นๆอาจเป็นเพราะว่าในประวัติศาสตร์สามก๊กลิโป้ยังไม่เคยแพ้ให้กับใครเลย แม้แต่ เล่าปี่,กวนอู,เตียวหุย สามพี่น้องที่ได้ร่วมมือกันสู้กับลิโป้ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ ภายหลังสามพี่น้อง เล่าปี่,กวนอู,เตียวหุย ได้สร้างชื่อเสียงมากเป็นตัวหลักในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊กทำให้ต่อมาต้องมีคนสงสัยแน่ว่า สามพี่น้อง แต่ละคนก็มีแต่คนเก่งๆ แล้วลิโป้จะเก่งขนาดไหน

จากประวัติศาสตร์ที่ว่า ลิโป้มีพ่อเลี้ยงถึงสามคนและสองคนแรกก็ตายเพราะฝีมือเขาเองทำให้นักแต่งวรรณกรรมเขียนบทตัวละครลิโป้ว่า แม้จะเป็นคนเก่ง แต่ก็เป็นคนหยาบช้า ขาดคุณธรรม และไร้สติปัญญา เป็นคนไม่ซื่อตรง เป็นคนที่เตียวหุย ด่าว่า ไอ้ลูกสามพ่อ จนกลายเป็นสำนวนติดตัวละครนี้

เนื่องจากแต่เดิมเต๊งหงวนรับลิโป้เป็นลูกบุญธรรมต่อมา ตั๋งโต๊ะต้องการตัวลิโป้จึงติดสินบนด้วยเกราะทองกับม้าเซ็กเธาว์  ลิโป้จึงสังหารเต๊งหงวนแล้วมาอยู่กับ ตั๋งโต๊ะ ครั้นเมื่ออ้องอุ้นใช้แผนสาวงามจนลิโป้กับตั๋งโต๊ะแตกแยกกันสุดท้ายลิโป้ก็เป็นคนสังหารตั๋งโต๊ะด้วยตัวเอง และมาอยู่กับอ้องอุ้น ต่อมา ลิฉุย,กุยกี ลูกน้องของตั๋งโต๊ะรู้ข่าวจึงมาแก้แค้นจำอ้องอุ้นสังหารลิโป้หนีไปได้ หลังจากนั้นกูถูกโจโฉจับตัวได้ เพราะทหารของลิโป้เองทรยศจับลิโป้มัดส่งตัวให้โจโฉ  และถูกโจโฉสั่งประหารการตายของลิโป๊โดยไม่มีอาวุธถูกทหารของตัวเองจับมัดและถูกประหารทำให้ต่อมามีคำกล่าวถึงตัวของลิโป้ว่าตราบใดที่มือของเขายังถือทวน และนั่งอยู่บนหลังม้าเซ็กเธาว์ ก็ไม่มีใครล้มเขาลงได้